” alt=”” aria-hidden=”true” />


” alt=”” aria-hidden=”true” />


นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยผลการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ลงทะเบียนโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (รอบใหม่) พบว่า จากผู้ลงทะเบียนทั้งหมด 18,820,784 คน มีผู้ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติ 9,506,531 คน ขณะที่มีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ กว่า 9.3 ล้านคน โดยในจำนวนผู้ไม่ผ่านสิทธิ์ เป็นผู้ที่เคยถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิมมากกว่า 5.75 ล้านคน
สำหรับ วันพรุ่งนี้ (19 ก.ค. 69) กระทรวงการคลังจะประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดกรองอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ผู้ลงทะเบียนสามารถตรวจสอบสิทธิ์ได้
นายลวรณ ระบุว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ลงทะเบียนจำนวนมากไม่ผ่านเกณฑ์ มาจากการตรวจพบว่ามีรายได้เพิ่มขึ้น หรือมีชื่อเป็นผู้ถือครองบัญชีฝากหลักทรัพย์ที่ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์หรือนายทะเบียนหลักทรัพย์ ซึ่งสะท้อนว่ามีฐานะทางการเงินไม่เข้าเกณฑ์กลุ่มเปราะบางที่สุด ส่งผลให้มีผู้ถูกคัดกรองออกจากโครงการประมาณ 3.5 ล้านคน
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยืนยันว่าจะพิจารณามาตรการช่วยเหลือในรูปแบบอื่น เพื่อดูแลประชาชนกลุ่มที่ไม่ผ่านการคัดกรองต่อไป

” alt=”” aria-hidden=”true” />


วันที่ 3 สิงหาคม 2569 มีรายงานว่า นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชนผู้ยากไร้ให้ได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐอย่างทั่วถึง เป็นธรรม จึงได้บูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งอำนวยความสะดวกทั้งการยืนยันตัวตน การยื่นทบทวนสิทธิ และการประชาสัมพันธ์เชิงรุก เพื่อให้ประชาชนดำเนินการได้ทันตามกำหนด
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ผู้ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติทั้งสิ้น 9.5 ล้านคน แบ่งเป็นผู้ถือบัตรรายเดิม 6.3 ล้านคน ซึ่งไม่ต้องยืนยันตัวตนเพิ่มเติม และผู้ถือบัตรรายใหม่ 3.1 ล้านคน ที่ต้องดำเนินการยืนยันตัวตน (e-KYC)
ข้อมูลจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ณ วันที่ 2 สิงหาคม 2569 มีผู้ถือบัตรรายใหม่ยืนยันตัวตนแล้วกว่า 2.1 ล้านคน (69%) คงเหลืออีกประมาณ 9.8 แสนคน (31%) ที่ยังไม่ได้ดำเนินการ ซึ่งรัฐบาลกำลังเร่งติดตาม ประชาสัมพันธ์ และอำนวยความสะดวกอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ประชาชนเสียสิทธิ
สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติ รัฐบาลได้เปิดให้ยื่นขอทบทวนสิทธิ โดยขณะนี้มีผู้ยื่นคำร้องแล้วกว่า 4.1 ล้านคน (44%) ขณะที่ยังมีผู้มีสิทธิยื่นทบทวนได้อีกประมาณ 5.2 ล้านคน (56%) จึงขอเชิญชวนให้เร่งดำเนินการภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569
รัฐบาลได้เตรียมช่องทางให้บริการไว้อย่างครอบคลุม ทั้งผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ”แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”เว็บไซต์โครงการ ธนาคารของรัฐทั้ง 5 แห่ง และ ศูนย์ One Stop Service (OSS) ณ ที่ว่าการอำเภอทั้ง 878 อำเภอทั่วประเทศ เพื่อช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้พิการ และกลุ่มเปราะบางที่ไม่สะดวกใช้บริการออนไลน์
